แม่วัย 14 ปล่อยโฮ เปิดใจนาทีปลิดชีพลูกสิ้นลมต่อหน้า เจ็บปวดย้อนเวลาได้จะไม่ทำ




จากกรณีช็อก เด็กหญิงวัย14 แขวนคอลูกชายวัย 1 ขวบ แล้วเอาศพไปซ่อนไว้ใต้รถเข็นเด็กหลังบ้าน หลายวัน ระหว่างนั้นก็ไปดูศพทุกวัน จนกลับมาอีกที ตำรวจกำลังตรวจศพเด็กในที่เกิดเหตุ จึงทำการสอบสวน โดย เด็กหญิงเอ แม่วัยเด็กเปิดใจ ให้การว่า เมื่อหลายวันก่อนตนเองได้ขี่รถจักรยานยนต์ของพ่อเลี้ยงออกไปหาเพื่อนและนอนพัก 3 คืนทิ้งลูกไว้กับแม่ดูแลเลี้ยงดูให้ พอกลับมาบ้านพ่อเลี้ยงได้ทำร้ายตนโดยตบที่ใบหน้าแล้วก็ปาก 2-3 ที เสียใจและน้อยใจจึงหอบลูกหนีออกจากบ้านมาขอพักอาศัยที่บ้านเกิดเหตุ



ก่อนจะตัดสินใจฆ่าลูกในไส้ด้วยน้ำมือของตนเอง ก็นั่งร้องไห้คิดอยู่นานกว่า 2 ชั่วโมงว่าจะเอาอย่างไรดีกับชีวิตตนและลูก จากนั้นจึงตัดสินใจนำเชือกไนล่อนผูกเป็นบ่วงมัดติดกับแปบ้าน ก่อนจะอุ้มลูกน้อยขึ้นไปใช้บ่วงรัดคอลูกชาย แล้วปล่อยมือเห็นลูกชายดิ้นอยู่สักพักก่อนจะแน่นิ่งขาดใจตายไปต่อหน้าต่อตา

แล้วเดินเข้าไปในบ้านครุ่นคิดอยู่ประมาณ 20 นาทีจึงกลับไปดูลูกอีกครั้ง เห็นว่าเสียชีวิตแน่แล้วจึงเอาลูกชายที่เป็นศพแล้วออก แก้บ่วงออกจากแปบ้าน และนำผ้าห่มมาห่มศพลูกก่อนจะนำไปไว้หลังบ้านข้างน้องน้ำ และใช้รถเข็นเด็กทับร่างไว้อีกที จากนั้นโทรศัพท์ให้เพื่อนมารับ ไปเปิดห้องพักนอนที่รีสอร์ตแห่งหนึ่งห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 3 กิโลเมตร



เด็กหญิงเอ เล่าต่อไปว่าวันต่อมาย้อนกลับมาดูศพลูกชายอีกที พร้อมกับมาเก็บเอาเสื้อผ้าไปเที่ยวต่อกับเพื่อน และวันนี้ก่อนถูกจับกุมได้ย้อนกลับมาบ้านเกิดเหตุดูศพลูกชายอีกที จึงถูกควบคุมตัวไว้ได้ดังกล่าว ยอมรับว่าที่ก่อเหตุฆ่าลูกชายเพราะเกิดจากความน้อยเนื้อต่ำใจที่โดนแม่ด่าและพ่อเลี้ยงทำร้าย ด้วยความคิดไม่ตกประกอบกับโมโหหาทางออกไม่ได้ จึงก่อเหตุดังกล่าว



แม่วัยเด็ก ร่ำไห้ เผยความรู้สึก เสียใจ เจ็บปวด อยากให้ลูกกลับคืนมา ย้อนเวลาได้ จะไม่ทำแบบนี้ ซึ่งขณะที่คิดได้ หลังลงมือก่อเหตุ ตอนนั้นไม่ทันแล้ว เพราะพบว่าลูกตายแล้ว

Post a Comment

0 Comments